ผีคืออะไร?     

ผีคือวิญญาณที่หลุดออกจากร่างของคนที่เสียชีวิตไปแล้ว ซึ่งบางครั้งเขาก็มีเหตุผลที่จะอยากอยู่ต่อไปแม้จะตายก็ตาม. มันเป็นความเชื่อส่วนบุคคลในเรื่องของชีวิตหลังความตาย พลังงานที่เป็นวิญญาณนั้นไม่ได้ถูกทำลายเมื่อเขาตายลง แต่ว่าจะเปลี่ยนรูปแบบไป. พลังงานนี้สามารถตรวจจับได้โดยเครื่อง EMF Meter ที่จะสามารถวัดพลังงานแม่เหล็กได้. ตั้งแต่เราสามารถวัดค่าพลังงานจากสิ่งนี้ได้ เราก็รู้ว่าผีมีอยู่จริง ไม่ได้เป็นสิ่งที่กุขึ้นหรือคิดไปเอง.

ควรจะกลัวผีดีมั้ย?

ต้องถามตัวคุณเองว่าคุณกลัวคนรึปล่าว, มันคงไม่น่ากลัว. ผีบางตัวอาจจะต้องการความช่วยเหลือ เมื่อผีมาหลอกคุณ มันอาจจะต้องการทดสอบว่าคุณน่าไว้ใจได้แค่ไหน. จะช่วยเหลือได้หรือเปล่า หรือ ตัดสินว่ามันคือสิ่งชั่วร้าย,ปีศาจ. ถ้าคุณลองพิจารณาและกล้าๆ ดูสักนิด เขาจะเริ่มเชื่อใจคุณ และคุณ จะสามารถช่วยเหลือผีให้ไปสู่ความสุขได้. ผีก็คือชีวิตที่อยู่หลังความตาย เป็นคนที่ยังอยู่ แม้ตัวเขาจะ ถูกเรียกว่าตายไปแล้วก็ตาม.

 

คติความเชื่อเรื่องผีเป็นคติความเชื่อที่มีอยู่ในปัจเจกชนแต่ละคน ซึ่งพยายามหาคำตอบในปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น ผีเป็นสัญลักษณ์ของอำนาจเหนือธรรมชาติ ที่อยู่เหนืออำนาจการควบคุมของมนุษย์ เมื่อมนุษย์มาอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม มนุษย์มีความผูกพันกันและได้แสดงพฤติกรรมร่วมกันเกิดเป็นพิธีกรรมที่เกี่ยวกับความเชื่อเรื่องผี

ผี ในทัศนคติของชาวบ้านเป็นผีที่มีความสำคัญต่อวิถีการดำเนินชีวิตของคนในชุมชน ผีเป็นผู้ให้ความหมายหรืออาจกล่าวได้ว่า ผีเป็นผู้วางกฎเกณฑ์ในการดำเนินชีวิตของชาวบ้าน ผีเป็นสิ่งที่รู้สึกสัมผัสได้ อาจจะไม่ใช่ด้วยระบบประสาททั้งห้า หากมันเกิดขึ้นด้วยความเชื่อมั่นและศรัทธา ที่ทำให้เกิดดุลยภาพในสังคมระดับชาวบ้าน แม้แต่ในราชสำนักไทยแต่เดิมพิธีกรรมต่าง ๆ ก็มีความเชื่อเรื่องผีเข้าไปปะปนอยู่มาก ความเชื่อเรื่องภูติผีนั้นฝังแน่นอยู่กับคตินิยมของคนไทยอย่างแน่นแฟ้นตั้งแต่สมัยอดีต แม้แต่ทางบ้านเมืองก็ยังมีพระราชพิธีเกี่ยวกับความเชื่อเรื่องภูติผีอยู่ไม่น้อย ในรอบปีหนึ่ง ๆ เช่น การเซ่นสรวงพระเสื้อเมือง พระทรงเมืองและหลักเมือง รวมทั้งพิธีสอบสวนคดีความสมัยอดีตโดยใช้พิธีลุยไฟ ดำน้ำ เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ของจำเลย ซึ่งพิธีกรรมดังกล่าวเป็นความเชื่อในภูติผีวิญญาณทั้งสิ้น แม้แต่สมัยกรุงสุโขทัยซึ่งศาสนาพุทธกำลังเจริญรุ่งเรือง การนับถือผีสางก็ยังนิยมกันอยู่ ปัจจุบันในท้องถิ่นอีสานบางแห่งความเชื่อเรื่องผีก็ยังมีอิทธิพลต่อวิถีชีวิตของชุมชนอยู่มาก

สำหรับคนอีสาน ผีคือวิญญาณของผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว หรือที่มีอยู่แล้วโดยไม่ทราบว่ามีมาแต่เมื่อใดหรือมีมาอย่างไร ผีเหล่านี้ประกอบด้วยผีประเภทต่าง ๆ เช่น ผีนา ผีป่า ผีเขา ผีบ้าน ผีหมู่บ้าน ผีปู่ย่าตายาย ผีฟ้า ผีแถน และผีอื่น ๆ หรือแม้กระทั่งผีที่เกิดจากการกระทำของบุคคล เช่น ผีปอบ ความเชื่อเรื่องผีอันเป็นความเชื่อที่มีมาแต่เดิม ผสมผสานกับความเชื่อในพระพุทธศาสนา จนแทบจะแยกกันไม่ออกว่าพิธีกรรมใดเกิดจากความเชื่อในพระพุทธศาสนา หรือพิธีกรรมใดเกิดจากความเชื่อเรื่องผี

edit @ 3 Aug 2009 00:58:34 by otto

คาถาชินบัญชร โดยสมเด็จพระพุฒาจารย์
(โต พรหมรังสี)

พระคาถานี้เป็นคาถาศักดิ์สิทธิ์ตกทอดมาจากลังกา ท่านเจ้าประคุณสมเด็จฯค้นพบในคัมภีร์โบราณและได้ดัดแปลงแต่งเติมให้ดีขึ้นเป็นเอกลักษณ์พิเศษ ผู้ใดสวดภาวนาพระคาถานี้เป็นประจำสม่ำเสมอจะทำให้เกิดความสิริมงคลแก่ตนเอง ศัตรูไม่กล้ากล้ำกราย มีเมตตามหานิยม ขจัดภัยตลอดจนคุณไสยต่างๆ เพื่อให้เกิดอานุภาพยิ่งขึ้น ก่อนเจริญภาวนาให้ตั้งนะโม ๓ จบ แล้วระลึกถึงและตั้งคำอธิษฐานว่า

ปุตตะกาโมละเภปุตตัง ธะนะกาโมละเภธะนัง
อัตถิกาเยกายะญายะ เทวานังปิยะตังสุตตะวา
อิติปิโสภะคะวา ยะมะราชาโน ท้าวเวสสุวัณโณ
มรณังสุขัง อะระหังสุคะโต นะโมพุทธายะ
 
เริ่มบทพระคาถาชินบัญชร

๑.ชะยาสะนาคะตา พุทธา เชตะวา มารัง สะวาหะนัง จะตุสัจจาสะภัง ระสัง เยปิวิงสุ นะราสะภา

พระพุทธเจ้าและพระนราสภาทั้งหลาย ผู้ประทับนั่งแล้วบนชัยบัลลังก์
ทรงพิชิตพระยามาราธิราชผู้พรั่งพร้อมด้วยเสนาราชพาหนะแล้ว
เสวยอมตรสคือ อริยะสัจธรรมทั้งสี่ประการ
เป็นผู้นำสรรพสัตว์ให้ข้ามพ้นจากกิเลสและกองทุกข์

๒.ตัณหังกะราทะโย พุทธา อัฏฐะวีสะติ นายะกา สัพเพ ปะติฏฐิตา มัยหัง มัตถะเก มุนิสสะรา

มี ๒๘ พระองค์คือ พระผู้ทรงพระนามว่า ตัณหังกรเป็นอาทิ พระพุทธเจ้าผู้จอมมุนีทั้งหมดนั้น

๓.สีเส ปะติฏฐิโต มัยหัง พุทโธ ธัมโม ทะวิโลจะเน สังโฆ ปะติฏฐิโต มัยหัง อุเร สัพพะคุณากะโร

ข้าพระพุทธเจ้าขออัญเชิญมาประดิษฐานเหนือเศียรเกล้า
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ประดิษฐานอยู่บนศีรษะพระธรรมอยู่ที่ดวงตาทั้งสอง
พระสงฆ์ผู้เป็นอากรบ่อเกิดแห่งสรรพคุณอยู่ที่อก

๔.หะทะเย เม อะนุรุทโธ สารีปุตโต จะทักขิเณ โกณฑัญโญ ปิฏฐิภาคัสมิง โมคคัลลาโน จะวามะเก

พระอนุรุทธะอยู่ที่ใจ พระสารีบุตรอยู่เบื้องขวา พระโมคคัลลาน์อยู่เบื้องซ้าย พระอัญญาโกณทัญญะอยู่เบื้องหลัง

๕.ทักขิเณ สะวะเน มัยหัง อาสุง อานันทะราหุโล กัสสะโป จะ มะหานาโม อุภาสุง วามะโสตะเล

พระอานนท์กับพระราหุลอยู่หูขวา พระกัสสะปะกับพระมหานามะอยู่ที่หูซ้าย

๖.เกสันเต ปิฏฐิภาคัสมิง สุริโย วะ ปะภังกะโร นิสินโน สิริสัมปันโน โสภิโต มุนิปุงคะโว

มุนีผู้ประเสริฐคือ พระโสภิตะผู้สมบูรณ์ด้วยสิริดังพระอาทิตย์ส่องแสงอยู่ที่ทุกเส้นขน ตลอดร่างทั้งข้างหน้าและข้างหลัง

๗.กุมาระกัสสะโป เถโร มะเหสี จิตตะวาทะโก โส มัยหัง วะทะเนนิจจัง ปะติฏฐาสิ คุณากะโร

พระเถระกุมาระกัสสะปะผู้แสวงบุญทรงคุณอันวิเศษ
มีวาทะอันวิจิตรไพเราะอยู่ปากเป็นประจำ

๘.ปุณโณ อังคุลิมาโลจะ อุปาลี นันทะสีวะลี เถรา ปัญจะ อิเม ชาตา นะลาเฏ ตีละกา มะมะ

พระปุณณะ พระอังคุลิมาล พระอุบาลี พระนันทะ และพระสีวะลี
พระเถระทั้ง ๕ นี้ จงปรากฏเกิดเป็นกระแจะจุณเจิมที่หน้าผาก

๙.เสสาสีติ มะหาเถรา วิชิตา ชินะสาวะกา เอเตสีติ มะหาเถรา ชิตะวันโต ชิโนระสา

ชะลันตา สีละเต เชนะ อังคะมังเคสุ สัณฐิตา
ส่วนพระอสีติมหาเถระที่เหลือผู้มีชัยและเป็นพระโอรส เป็นพระสาวกของพระพุทธเจ้าผู้ทรงชัย แต่ละองค์ล้วน รุ่งเรืองไพโรจน์ด้วยเดชแห่งศีลให้ดำรงอยู่ทั่วอวัยวะน้อยใหญ่

๑๐.ระตะนัง ปุระโต อาสิ ทักขิเณ เมตตะสุตตะ ธะชัคคัง ปัจฉะโต อาสิ วาเม อังคุลิมาละกัง

พระรัตนสูตรอยู่เบื้องหน้า พระเมตตาสูตรอยู่เบื้องขวา พระอังคุลิมาลปริตรอยู่เบื้องซ้าย พระธชัคคะสูตรอยู่เบื้องหลัง

๑๑.ขันธะโมระปะริตตัญจะ อาฏานาฏิยะสุตตะกัง อากาเส ฉะทะนัง อาสิ เสสา ปาการะสัณฐิตา

พระขันธปริตร พระโมรปริตร และพระอาฏานาฏิยสูตร
เป็นเครื่องกางกั้นดุจหลังคาอยู่บนนภากาศ

๑๒.ชินนานา วะระสังยุตตา สัตตะปาการะลังกะตา วาตะปิตตาทิสัญชาตา พาหิรัชฌัตตุปัททะวา

อนึ่งพระชินเจ้าทั้งหลาย นอกจากที่ได้กล่าวมาแล้วนี้
ผู้ประกอบพร้อมด้วยกำลังนานาชนิด มีศีลาทิคุณอันมั่นคง
สัตตะปราการเป็นอาภรณ์มาตั้งล้อมเป็นกำแพงคุ้มครองเจ็ดชั้น

๑๓.อะเสสา วินะยัง ยันตุ อะนันตะชินะเตชะสา วะสะ โต เม สะกิจเจนะ สะทา สัมพุทธะปัญชะเร

ด้วยเดชานุภาพแห่งพระอนันตชินเจ้าไม่ว่าจะทำกิจการใดๆ
เมื่อข้าพระพุทธเจ้าเข้าอาศัยอยู่ในพระบัญชรแวดวงกรงล้อม
แห่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ขอโรคอุปัทวะทุกข์ทั้งภายนอกและภายใน
อันเกิดแต่โรคร้าย คือ โรคลมและโรคดีเป็นต้น
เป็นสมุฏฐานจงกำจัดให้พินาศไปอย่าได้เหลือ

๑๔.ชินะปัญชะระมัชฌัมหิ วิหะรันตัง มะฮีตะเล สะทา ปาเลนตุ มัง สัพเพเต มะหาปุริสาสะภา

ขอพระมหาบุรุษผู้ทรงพระคุณอันล้ำเลิศทั้งปวงนั้น
จงอภิบาลข้าพระพุทธเจ้า ผู้อยู่ในภาคพื้น ท่ามกลางพระชินบัญชร
ข้าพระพุทธเจ้าได้รับการคุ้มครองปกปักรักษาภายในเป็นอันดีฉะนี้แล

๑๕.อิจเจวะมันโต สุคุตโต สุรักโข

ชินานุภาเวนะ ชิตุปัททะโว
ธัมมานุภาเวนะ ชิตาริสังโฆ
สังฆานุภาเวนะ ชิตันตะราโย
สัทธัมมานุภาวะปาลิโต จะรามิ ชินะปัญชะเรติ

ข้าพระพุทธเจ้าได้รับการอภิบาลด้วยคุณานุภาพแห่งสัทธรรม
จึงชนะเสียได้ซึ่งอุปัทวอันตรายใดๆ ด้วยอานุภาพแห่งพระชินะพุทธเจ้า
ชนะข้าศึกศัตรูด้วยอานุภาพแห่งพระธรรม ชนะอันตรายทั้งปวงด้วยอานุภาพ
แห่งพระสงฆ์ ขอข้าพระพุทธเจ้าจงได้ปฏิบัติ และรักษาดำเนินไปโดยสวัสดีเป็น
นิจนิรันดรเทอญฯ

edit @ 3 Aug 2009 00:59:49 by otto

วิกฤตการณ์โลกร้อนกับเชื้อโรคกลายพันธุ์

...เพื่อนๆ ก็คงทราบกันดีเกี่ยวกับผลกระทบของวิกฤตการณ์โลกร้อนในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วม ความแห้งแล้ง ไฟป่า พายุหมุน ฯลฯ แล้วเพื่อนๆ รู้กันมั๊ยว่า โลกร้อนทำให้โรคร้ายนั้นกลายพันธุ์... มหันตภัยจากกองทัพเชื้อโรคนานาชนิด กำลังก่อตัวอย่างเงียบๆ ภายใต้อุณหภูมิของโลกที่กำลังเพิ่มสูงขึ้น โดยมีแมลงตัวเล็กๆ จำพวก "ยุง" เป็นพาหะก่อให้เกิดโรคระบาด เช่น โรคไข้เลือดออก โรคมาลาเรีย โรคเท้าช้าง โรคไข้สมองอักเสบ และยังรวมไปถึงกองทัพเชื้อโรคต่างๆ ที่กำลังรอจังหวะเวลาอันเหมาะสม โจมตีพวกเราชนิดตั้งตัวไม่ทัน จากการวิจัยปัจจัยที่มีอิทธิพลให้เชื้ออหิวาต์ที่ไม่ก่อโรคที่พบในลำน้ำทั้ง 4 สาย ได้แก่ แม่น้ำเจ้าพระยา บางปะกง แม่กลอง และท่าจีน กลายเป็นเชื้ออหิวาต์ที่ก่อโรคได้อย่างไร  ของคุณลุง ผศ.ดร.กำพล รุจิวิชชญ์ คณะสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  กำลังวิจัยว่า ปัจจัยใดที่ทำให้เชื้ออ่อนแอ โดยวิเคราะห์จากความเค็มของน้ำ ประจุไฟฟ้า ออกซิเจน และอุณหภูมิ โดยในเบื้องต้นนั้นให้ความสำคัญกับอุณหภูมิ ซึ่งน่าจะเป็นส่วนกระตุ้นให้เชื้ออ่อนแอจนกลายเป็นสายพันธุ์ที่ก่อโรค 

         ปัจจุบันมีรายงานการค้นพบเชื้ออหิวาต์ ประมาณ 200 สายพันธุ์ แต่มีเพียง 2 สายพันธุ์เท่านั้นที่ก่อโรค นั่นคือ สายพันธุ์ O1 และ O139 โดยจะแสดงอาการอุจจาระร่วงอย่างแรง แต่ถ้าเป็นสายพันธุ์อื่นๆ อาจก่อให้เกิดโรคอุจจาระร่วงแบบไม่รุนแรงได้เช่นกัน   โดยผศ.ดร.กำพล กำลังพิสูจน์ว่า ปัญหาโลกร้อนทำให้เชื้ออหิวาต์ไม่ก่อโรคกลายเป็นเชื้ออหิวาต์ก่อโรคหรือไม่?  โดยคุณลุงผศ.ดร.กำพล เชื่อว่า เมื่อเชื้ออหิวาต์ที่ไม่ก่อโรคอ่อนแอลง เชื้อไวรัสจะนำยีนก่อโรค เข้าไปในเชื้ออหิวาต์กลายเป็นเชื้อที่ก่อโรค ซึ่งจากงานวิจัยที่ผ่านมาพบว่า ถึงแม้เชื้ออหิวาต์จากแหล่งน้ำที่วิจัยจะเป็นเชื้อที่ไม่ก่อโรค แต่ก็อาจจะกลายเป็นเชื้อที่ก่อโรคได้ถ้ามีปัจจัยมากระตุ้น ซึ่งอาจหมายถึงอุณหภูมิของโลกที่เพิ่มสูงขึ้นนั่นเอง 

                   นอกจากโรคติดเชื้อที่มีน้ำเป็นพาหะอย่างโรคอหิวาต์แล้ว นักวิชาการสหเวชศาสตร์ ยังให้ความสนใจโรคติดเชื้อที่มียุงเป็นพาหะอีกด้วย โดยอ้างอิงผลการวิจัยจากต่างประเทศที่พบว่า อุณหภูมิโลกที่สูงขึ้นทำให้ระบบนิเวศเปลี่ยนแปลง แมลงจำพวก "ยุง" จะเติบโตอย่างรวดเร็ว เมื่ออุณหภูมิสูง ยุงจะวางไข่ มีระยะการฟักตัวสั้น และเจริญเติบโตเร็ว ทำให้ยุงที่ติดเชื้อมีโอกาสนำเชื้อโรคไปสู่คนมาก

edit @ 25 Jun 2009 03:09:09 by otto

edit @ 3 Aug 2009 01:01:48 by otto

edit @ 3 Aug 2009 01:02:45 by otto

เรื่องรกสมอง...แต่ควรรู้

posted on 12 Nov 2008 10:52 by sirithepotto

1.ยุงบินด้วยความเร็ว 5 ไมล์ต่อชั่วโมง...
2.ผีเสื้อบินด้วยความเร็ว 20 ไมล์ต่อชั่วโมง...
3.เส้นผมคนรับน้ำหนักได้ 3 กิโลกรัม...
4.เสียงกรนที่ดังที่สุดดังถึง 87.5 เดซิเบลล์
5.พอลแมคคาร์ที เป็นเจ้าของลิขสิทธิเพลงแฮปเบิร์ดเดย์   ถ้าจะนำมาออกรายการ   ต้องซื้อลิขสิทธิก่อน...
6.เหรียญทองโอลิมปิกต้องมีแร่เงินผสมอยู่ 92.5 เปอร์เซนต์...
7.หอเอนเมืองปิซาเอนไปทางใต้...
8.กษัตริย์หลุยส์ที่ 14 อาบน้ำทั้งหมด 3 ครั้งในชีวิต...
9.ฮิตเลอร์แสกผมข้างซ้าย...
10.ผู้หญิงที่เกาะฮาวายที่ทัดดอกไม้ที่หูข้างซ้าย แสดงว่ามีเจ้าของแล้ว...
11.เราไม่สามารถฆ่าตัวตายด้วยการกลั้นหายใจได้...
12.ผู้หญิง 3.9 เปอร์เซนต์ไม่ชอบใส่กางเกงใน...
13.ฮิปโปผายลมทางปาก...
14.ประเทศซาอุดิอราเบียไม่มีแม่น้ำ...
15.กังหันทั้งโลกหมุนทวนเข็มนาฬิกา ยกเว้นที่ไอร์แลนด์...
16.เด็กนักเรียนอายุ15 ปีขึ้นไปในบังคลาเทศจะถูกจับเข้าคุกถ้า'โกงข้อสอบ'...
17.ปลาที่อาศัยในน้ำลึกเกิน 800 เมตร จะไม่มีตา...
18.ผมคนเราจะร่วงประมาณ 200 เส้นต่อวัน...
19.ตัว'โอ'เป็นสระที่เก่าแก่ที่สุดในอังกฤษ...
20.คนพูดประมาณ 120 คำต่อนาที
21.ฝ่ามือและฝ่าเท้าของคนเราไม่สามารถไหม้ได้...
22.เม่นชอบช่วยตัวเอง...
23.ถ้าปลาไหลไฟฟ้าอยู่ในน้ำเค็ม จะถูกช็อตตาย...
24.ขั้นบันไดในไทยจะเป็นเลขคี่...
25.เจ้าฟ้าชายชาลส์ชอบสะสมฝาโถส้วม...
26.คนมีโอกาสตายจากผึ้งต่อยมากกว่างูกัด...
27.ประเทศวาติกันมีประชากรประมาณ 1000 คน
28.เมื่อคุณจาม  หัวใจคุณจะหยุดเต้นเสี้ยววินาที
29.มันเป็นไปไม่ได้อ่ะคับ ถ้าคุณจะจามโดยไม่หลับตา
30.เดิมโคคาโคล่าเป็นสีเขียว
31.ชื่อที่โหลที่สุดในโลกคือ Mohammed
32.กล้ามเนื้อที่แข็งแรงที่สุดในร่างกายคือลิ้น
33.แต่ละโพหลังไพ่ แสดงถึงกษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่จากประวัติศาสตร์
      - โพดำ  กษัตริย์เดวิด
      - ดอกจิก  อเล็กซานเดอร์มหาราช
      - โพหัวใจ  ชาร์ล เลอ มาญ
      - ข้าวหลามตัด จูเลียส ซีซาร์
34.อนุสาวรีย์ของใครสักคนที่อยู่บนหลังม้า และม้ายกสองขาขึ้นบนอากาศแปลว่าคนนั้นตายในสงคราม
35.ถ้าม้ายกขาข้าเดียวแปลว่า เขาบาดเจ็บในสงคราม และตายจากการบาดเจ็บนั้น
36.ถ้าทั้งสี่ขาของม้าอยู่บนพื้น แสดงว่าตายโดยธรรมชาติ
37.ใน 4000 ปีที่ผ่านมาไม่มี!ชนิดใหม่ๆที่ถูกทำให้เชื่อง
38.เชคสเปียร์ เป็นคนคิดค้นคำว่า assassination (การลอบฆ่า) และ bump (ชน กระทบ)
39.หัวใจมนุษย์สร้างความดันเพียงพอที่จะปั๊มเลือดออกจากร่างกายไป 30 ฟุต
40.หนูสามารถสืบพันธ์ได้เร็วมาก ใน 18 เดือนหนูสองตัวจะสามารถมีทายาทมากกว่าล้านตัว
41.การใส่หูฟังแค่ชั่วโมงเดียว ทำให้แบคทีเรียในหูเพิ่มขึ้น700 เท่าตัว
42.ลิปสติกส่วนใหญ่มีส่วนประกอบของเกล็ดปลา
43.เหมือนกับลายนิ้วมือ....ลายลิ้นทุกคนต่างกัน
44.นิตยสาร time ได้ยกย่องให้คอมพิวเตอร์เป็นบุคคลแห่งปีในปีค.ศ.1982
45.สถิติจูบนานที่สุดในโลกเป็นของหลุยซา แอลเมโดวาร์ วัย 19 ปี กับแฟนหนุ่ม ริชแลงเลย์ วัย 22 ปีพวกเขาทำสถิติไว้ที่ 30.59.27 ชม.
46.ตอนที่ f4 ไปเปิดคอนเสิร์ตที่อินโดนีเซียทำให้เด็กนักเรียนเกือบ100 คน ต้องเรียนซ้ำชั้น เพราะไม่ได้ไปลงทะเบียนเรียนเทอม 2
47.บริษัทผู้ผลิตยาสีฟันดาร์ลี่เป็นเจ้าของเดียวกันกับที่ผลิตยาสีฟันคอลเกต
48.โดนั ลด์ ดักส์ ถูกแบนในประเทศฟินแลนด์ เพราะมันไม่ได้สวมกางเกงใน
49.ภาพยนต์เรื่อง nothing hill จ่ายค่าตัวจูเลีย โรเบิร์ต 15ล้านเหรียญ ( 660 ล้านบาท ) ในขณะที่พระเอกอย่างฮิว แกรนจ์รับค่าตัวเพียง 1 ล้านเหรียญ ( 45 ล้านบาท)
50.หนังอนิเมชันเรื่อง SouthPark ได้รับการบันทึกลงในหนังสือกินเนสส์บุ๊กว่าเป็นหนังอนิเมชั่นเรื่องยาวที่หยาบคายที่สุดในโลกสถิติบันทึกไว้ว่า มีการใช้คำหยาบ 399 คำ พฤติกรรมรุนแรง 221 ครั้ง และแสดงท่าทางหยาบคาย 128 ครั้ง
51.ขนมทอดกรอบตรา ปูไทย ระบุว่าไม่มีส่วนผสมของเนื้อปู
52.ในน้ำทะเล 100 ตัน จะมีทองคำอยู่ประมาณ 4 กรัม
53.จำนวนแถวของข้าวโพดในแต่ละฝักจะเป็นเลขคู่
54.จิงโจ้เป็น!เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดเดียวที่เดินถอยหลังไม่ได้
55.ยุงชอบเลือดเด็กมากกว่าเลือดผู้ใหญ่
56.แมงมุมทอดรสชาติเหมือนถั่ว
57.ฟันของแมลงสาบอยู่ในท้อง
58.เม่นทุกตัวลอยน้ำได้
59.หมูมีโอกาสเป็นโรคพิษสุราเรื้อรัง
60.นอกจากมนุษย์แล้วหมีขั้วโลกและจิงโจ้ต่างก็จูบเป็นส่วนลิงชิมแปนซีนั้นจูบแบบ 'เฟรนช์คิส' ได้ด้วย
61.คนถนัดขวามีอายุเฉลี่ยยืนยาวกว่าคนถนัดซ้ายถึง 9 ปี
62.Hippopotomonstrsesquippedaliophobia คือ ชื่ออาการของคนที่หวาดกลัวคำอ่านยาวๆ
63.ผู้ที่เกิดเดือนมกราคม - มีนาคม มีแนวโน้มเป็นโรคจิตและโรคคลั่งมากกว่าเดือนอื่นๆ
64.แก้วไม่ได้เป็นของเเข็ง เเต่เป็นของเหลว
65.สมองคนเราหนักประมาณ 3% ของน้ำหนักของร่างกาย แต่ใช้เลือดไปเลี้ยงถึง 15% ของเลือดทั้งหมด
66.เลือดของกุ้งมังกรเป็นสีน้ำเงิน
67.อูฐสามารถหมุนหัว 180 องศา
68.รู้หรือเปล่าว่าเว็บgoogleไม่ได้มีประโยชน์แค่หาข้อมูล แต่เป็นเครื่องคิดเลขได้
การอ่านหนังสือไม่ใช่เพียงแค่อ่านข้อความตามตัวหนังสือที่มีไว้ในหนังสือให้จบเล่มเท่านั้น แต่การอ่านนั้นมีจุดประสงค์สำคัญคือการรับรู้ความหมาย และทำความเข้าใจกับข้อความที่เขียนเป็นตัวหนังสือ การจะอ่านหนังสือให้มีประสิทธิภาพ นักศึกษาต้องรู้ว่าก่อนว่า อะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้อ่านหนังสือได้ขาดประสิทธิภาพ และ พยายามแก้ไขตามสาเหตุเหล่านั้น สาเหตุที่ทำให้การอ่านหนังสือขาดประสิทธิภาพ มีดังนี้ การอ่านทีละคำ การอ่านออกเสียง ปัญหาเกี่ยวกับศัพท์เฉพาะ การใช้วิธีเดียวกันตลอดในการอ่านทุกประเภท การใช้นิ้วชี้ข้อความตามไปด้วยในขณะอ่าน การอ่านซ้ำไปซ้ำมา การขาดสมาธิในการอ่าน ข้อเสนอแนะที่ช่วยให้นักศึกษาอ่านอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่อ่านทีละคำ การอ่านทีละคำทำให้อ่านหนังสือได้ช้า เพราะมุ่งหาความหมายของคำทีละคำ สามารถแก้ไขได้โดยตั้งใจไว้ว่า เมื่ออ่านหนังสือทุกครั้ง จะจับใจความสำคัญของประโยคด้วยการใช้สายตาเพียงครั้งเดียว และได้ความหมายทันที ไม่อ่านออกเสียง การอ่านหนังสือออกเสียงไปทีละตัว โดยทั่วไปติดมาจากนิสัยการอ่านสมัยชั้นประถม การอ่านออกเสียงไม่ว่าจะมีเสียงออกมาหรือมีเสียงในคอ การอ่านแบบนี้อ่านได้ช้าทั้งสิ้นเพราะมุ่งแต่ออกเสียงตามตัวหนังสือที่ปรากฎ การอ่านได้เร็วสามารถแก้ไขได้โดยพยายามทำให้การมอง เห็นรูปทรง และการประสมคำของตัวหนังสือ สามารถผ่านขั้นตอนการรับรู้ของเราไปสู่สมองได้เลย โดยไม่ต้องเสียเวลาพินิจพิเคราะห์ว่า มันมีเสียงอะไรการแก้ไขให้ใช้นิ้วปิดปากในขณะอ่านตลอดเวลาจะทำให้อ่านได้ดีขึ้น และเมื่อปฏิบัติเช่นนี้จนติดเป็นนิสัยแล้ว จะพบว่าทำให้อ่านได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ไม่มีกังวลเกี่ยวกับศัพท์เฉพาะ การหยุดและกังวลเกี่ยวกับคำศัพท์ที่ไม่เคยเห็นมาก่อนจะทำให้จังหวะในการอ่านและแนวคิดในการอ่านประโยคนั้นหายไป ดังนั้นแม้ว่าจะไม่รู้ศัพท์บางคำก็สามารถหาความหมายของศัพท์นั้นได้ โดยดูจากข้อความในประโยค ถ้าใช้ความคิดคิดตามตลอดเรื่อง ไม่ใช้วิธีเดียวกันตลอดในการอ่านทุกประเภท นักศึกษาควรใช้วิธีการอ่านที่แตกต่างกันในแต่ละเรื่องที่อ่าน เช่น อ่านเรื่องเบาสมองก็อ่านเร็วได้ ถ้าอ่านตำราวิชาการต้องใช้ความคิดพิจารณาเนื้อเรื่องก็ใช้เวลาอ่านนานขึ้นนั้นคือผู้อ่านต้องรู้จุดประสงค์ของเรื่องที่จะอ่านด้วย จึงจะได้ประโยชน์ที่แท้จริง ไม่ใช้นิ้วชี้ข้อความตามไปด้วยในขณะอ่าน จะทำให้อ่านได้ช้าลง การใช้สายตากวาดไปตามบรรทัดจะเร็วกว่าการใช้นิ้วชี้เพราะสายตาเคลื่อนที่เร็วกว่านิ้ว วิธีแก้นิสัยนี้อาจทำได้โดยใช้มือจับหนังสือหรือประสานมือกันไว้ในขณะอ่านหนังสือ ไม่อ่านซ้ำไปซ้ำมา การอ่านเนื้อเรื่องที่ไม่เข้าใจ เป็นการชี้ให้เห็นว่านักศึกษาไม่มั่นใจที่จะดึงเอาความสำคัญของเนื้อความนั้นออกมาได้ด้วยความสามารถของตนเอง เหตุนี้จึงทำให้อ่านช้าลงเพราะคอยคิดแต่จะกลับไปอ่านใหม่ แทนที่จะอ่านไปทั้งหน้าเพื่อหาแนวคิดใหม่ จงพยายามอ่านครั้งเดียวอย่างตั้งใจความคิดทั้งหลายจะค่อย ๆ มาเอง ไม่ต้องกังวลว่าตนเองอ่านไม่รู้เรื่อง มีสมาธิในการอ่าน การปล่อยให้ความตั้งใจและความคงที่ของอารมณ์ล่องลอยไปกับความคิดที่สอดแทรกเข้ามาขณะอ่าน จะทำให้ไม่ได้รับความรู้อะไรจากการอ่านเลย นักศึกษาจะต้องพัฒนาความสามารถ โดยฝึกจิตให้แน่วแน่มุ่งความสนใจอยู่ที่หนังสือเพียงอย่างเดียว ความสามารถในการอ่านสามารถพัฒนาได้โดยการฝึกฝน ทำตาม ข้อเสนอแนะในการอ่านข้างต้น ถ้านักศึกษาพยายามฝึกฝนการอ่านให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น อ่านให้ได้เร็วขึ้น ต่อไปนักศึกษาก็จะเป็นผู้ที่มีประสิทธิภาพในการเรียนและประสบผลสำเร็จในการศึกษา
       การดูโทรทัศน์ ได้ พบว่า อาจช่วยบำรุงสุขภาพ โดยเฉพาะถ้าเป็นรายการขำขัน ไม่แพ้กับการได้หัวเราะกันตรงๆศูนย์การแพทย์ร่วมสมัยและทางเลือกของมหาวิทยาลัยคาลิฟอร์เนีย สหรัฐฯ ได้ศึกษาวิจัยพบว่า แม้แต่การได้รู้ได้เห็นเรื่องตลก ก็ได้ประโยชน์เช่นกัน ช่วยให้จิตใจแจ่มใสได้ นอกจากที่เคยศึกษามาก่อนว่า การได้หัวเราะเป็นคุณ ช่วยให้ร่างกายสามารถต่อต้านโรคภัยไข้เจ็บ โดยการเพิ่มองค์ประกอบตัวสำคัญของระบบภูมิคุ้มโรคยิ่งขึ้น และขณะเดียวกัน ก็ช่วยลดระดับฮอร์โมนความเครียดซึ่งมีส่วนเกี่ยวพันกับการทำงานของระบบภูมิคุ้มโรคที่อ่อนแอให้ต่ำลงไปด้วย

       การศึกษาใหม่ ได้ส่อให้รู้ว่า แม้แต่การได้รู้เห็นเรื่องตลกก็ได้ผลเช่นกัน "เราได้แสดงให้เห็นว่า แม้แต่การได้ชมวีดิโอเรื่องตลก ก็จะช่วยหนุนส่งความสามารถ ของร่างกายในการต่อสู้กับความเครียด และต่อต้านโรคภัยในการทดลองกับกลุ่มตัวอย่าง ด้วยการให้ชมวีดิโอเรื่องตลก ระหว่างเวลาสองวันติดกัน ได้พบว่า ความรู้สึกเศร้าซึมและโกรธเคืองเกือบหมดหายไปสิ้นลดลงไปถึง 98 เปอร์เซ็นต์ อาการอ่อนเพลียเมื่อยล้าก็หายคลายลงถึง 87 เปอร์เซ็นต์ ความรู้สึกสับสน ลดต่ำลง 75 เปอร์เซ็นต์ และความรู้สึกตึงเครียดต่ำลง 61 เปอร์เซ็นต์

เรื่องจริง...คาสโนว่า (Casnova)

posted on 21 Sep 2008 16:51 by sirithepotto

         

      คาสโนวารำพึง เมื่อเขาอกหักจากหญิงที่เขารักจริง เขาเปรียบความรักเป็นความเจ็บป่วยที่ไม่อาจเยียวยาได้ และเป็นอสูรจากสวรรค์ แม้จะเขียนชีวประวัติของตัวเอง--Historie de ma vie เอาไว้ในบั้นปลายชีวิต แต่เรื่องราวของเขาที่ถูกตีพิมพ์ออกเผยแพร่ครั้งแรก กลับเขียนโดยคนอื่นซึ่งใส่สีตีไข่ด้วยการเพิ่มฉากอัศจรรย์พันลึกให้ ความคิดความเชื่อเกี่ยวกับตัวตนของคาสโนวายิ่งเลื่องลือ เมื่อชื่อของเขาเข้าสู่สาระบบภาษาอังกฤษ ใช้เรียกนักรักผู้เร่าร้อน และเรื่องราวฉบับพิสดารของเขาถูกทำเป็นหนังในยุโรปและอเมริกามาหลายหน สรุปประวัติ จิอาโคโม จิโรลาโม คาสโนวา (Giacomo Girolamo Casnova ๑๗๒๕-๑๗๙๘) ไว้ว่า เขาเป็น “นักผจญภัยและนักเขียนชาวเวนิซผู้มีชื่อเสียง” อันที่จริงเขายังเป็นอีกหลายอย่าง ไม่ว่าทหาร สายลับ นักการทูต นักไวโอลิน เลขาพระคาร์ดินัล โต้โผออกหวยแห่งชาติ นักโทษแหกคุก บรรณารักษ์ แถมยังเกือบจะได้เป็นบาทหลวงตั้งแต่อายุยังน้อย ถ้าไม่ถูกไล่ออกเสียก่อนเพราะเรื่องเหล้ากับผู้หญิง

         บทเรียนแรกเกี่ยวกับผู้หญิงของคาสโนวาเริ่มต้นเมื่อเขาอายุ ๑๑-๑๒ แต่รักครั้งสำคัญเกิดขึ้นตอนอายุ ๒๔ กับหญิงผู้ลึกลับชาวฝรั่งเศส ชื่อ อองเรียต ซึ่งทิ้งเขาในเวลาต่อมา คำรำพึงข้างต้นก็มาจากความเศร้าโศกหนนี้เอง คาสโนวามีพรสวรรค์ทางด้านภาษาและวาทศิลป์ จึงประสบความสำเร็จในทางต้มตุ๋นคนในสังคมมั่งมีได้ไม่ยาก แต่นั่นก็เป็นเหตุให้เขาต้องติดคุก “ขุมตะกั่ว” ที่ได้ชื่อว่ามีระบบคุ้มกันแน่นหนาที่สุดของเวนิซ จนต้องหาทางแหกคุกออกมา ชีวิตหลังจากนั้นก็เป็นการผจญภัยในประเทศต่างๆ ทั้งในอิตาลี ฝรั่งเศส เยอรมนี สเปน ออสเตรีย เช็ก ฯลฯ ไม่ว่าจะไปที่ไหนก็เป็นอันต้องมีเรื่องเกี่ยวพันกับสตรี ตั้งแต่โสเภณี ชู้รักของคนใหญ่คนโต แม่ชี กระทั่งสตรีสูงศักดิ์ที่เป็นปัญญาชน สุขภาพดีตั้งแต่หนุ่มจนแก่ แต่มีประสบการณ์ผ่านกามโรคชนิดต่างๆ อย่างโชกโชนเป็นที่ระลึกหลักกิโลชีวิตของเขา ที่จริง คาสโนวาเป็นผู้มีสติปัญญาสูง เขาเรียนจบปริญญาเอกด้านกฎหมายตอนอายุ ๑๗ และมีงานเขียนงานแปลออกมามากมายตลอดชีวิต เพียงแต่งานเหล่านั้นไม่จับใจคนมากเท่ากับชีวิตอันโลดโผนของเขา

        ในอุปรากรเรื่อง ดอนจิโอวานี ที่โมสาร์ตแต่งขึ้นโดยมีเค้าเรื่องมาจากชีวิตของคาสโนวา สะท้อนความคิดของเขาไว้ว่า “สตรีต้องเป็นฝ่ายรับผิดชอบการกระทำอันชั่วร้ายของดอนจิโอวานี... ค่าที่มันทำให้จิตใจเขาเคลิบเคลิ้ม และทำให้หัวใจเขาตกเป็นทาส” ทั้งยังขอความเห็นใจอีกว่า “ปล่อยผู้บริสุทธิ์ให้อยู่อย่างสงบสุขเถิด”

...(ท่านโปรดสงบนิ่ง 5 วินาที เพื่อไว้อาลัยให้เค้า) ขอบคุณครับ...

 

edit @ 22 Sep 2008 11:06:29 by otto

edit @ 22 Sep 2008 14:59:14 by otto

edit @ 22 Sep 2008 15:07:34 by otto

ทุกวันนี้ไม่ใช่มั่วแต่คิดอยู่ถึงเวลาที่ต้องทำมันแล้ว

- อยากเลี้ยงพ่อแม่ ไม่อยากให้เค้าทำอะไรเลย ไม่อยากให้เค้าเหนื่อย

- อยากเป็นคน ๆ หนึ่งที่ทำประโยชน์ให้กับสังคมและครอบครัวได้มากกว่าปัจจุบัน

- อยากเรียนต่อไปเรื่อย ๆ หรือทำงานด้วยเรียนด้วย และทำทุกวันของตนเองให้เป็นวันที่ดีที่สุด

- อยากมีครอบครัวที่มีความสุขพร้อมทุกอย่าง ให้พี่ให้น้องไม่ต้องลำบาก

- อยากมีหน้าที่การงานมั่นคง สุขภาพดีตามวัย ช่วยเหลือ ทำบุญให้ผู้อื่นบ้างตามสมควรโดยไม่เดือดร้อน

- อยากเรียนให้สูง หางานที่ดีแล้วเลี้ยงพ่อแม่ให้สบายแล้วไปทำมูลนิธิช่วยเหลือเด็ก คนยากจน และเป็นนักพัฒนาสิ่งแวดล้อม

- อยากทำงานที่มั่นคงในเมืองที่เต็มไปด้วยสิ่งแวดล้อมที่เป็นธรรมชาติและไม่มีมลพิษ ไม่มีชุมชนแออัีดจนเกินไป

 - อยากเรียนจบปริญญาโท มีครอบครัว มีงานทำ มีเงิืนเดือนสูงๆ แต่งงาน มีคนรู้จักนับถือ และทำให้คนที่เรารักมีความสุขเสมอ - อยากเป็นลูกที่ดีของพ่อแม่ สร้างชื่อเสียงให้แก่วงศ์ตระกูล

- อยากเป็นลูกที่กตัญญูกตเวทีต่อพ่อแม่/ญาติพี่น้อง ประสบความสำเร็จในชีวิตด้านสังคม จิตใจ ร่างกาย

- อยากทำงานหาเงินไว้เลี้ยงดูพ่อแม่ให้สบายและใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายแต่มีความสุข/เรียนให้สูงที่สุด

- อยากเรียนจบแล้วมีงานทำ

- อยากประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน มีธุรกิจเล็ก ๆ เป็นของตัวเอง มีครอบครัวที่อบอุ่น

- อยากมีคุณภาพชีวิตที่ดี และเป็นที่ภาคภูมิใจของครอบครัวและบุคคลรอบข้าง

- เรียนให้จบแล้วทำงานตามที่ได้เรียนมา ทำธุรกิจของตัวเองให้มีเงินรวย ๆ จะได้ดูแลครอบครัว

- อยากประสบความสำเร็จกับวิชาที่เรียน เพื่อที่จะนำไปประกอบอาชีพที่อยากจะทำได้ต่อไปได้สูงสุด

- อยากมีความสุขกับชีวิตคู่

- อยากรวย...จบ

แล้วคุณมีเป้าหมายของชีวิตของคุณหรือยัง..?

edit @ 20 Sep 2008 04:51:15 by otto

edit @ 22 Sep 2008 11:12:29 by otto

    
ปัญหาโลกร้อน...อนาคตของประเทศไทย 
  
     ได้รับความสนใจ และสาธารณชนมีความตื่นตัวในเรื่องนี้เป็นอย่างมาก   สาเหตุสำคัญที่เร่งให้เกิดภาวะโลกร้อนคือการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมต่างๆของมนุษย์  ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากภาวะโลกร้อนมีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องภัยธรรมชาติ ผลกระทบต่อสุขภาพอนามัย ผลกระทบต่อภาคการเกษตร การสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องในเรื่อโลกร้อนและผลกระทบต่อภาคส่วนต่างๆ จึงเป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ่งในการเตรียมความพร้อมของประเทศเพื่อรับมือกับมหันตภัย
     ภาวะโลกร้อน ทำให้มวลน้ำแข็งของมหาสมุทรอาร์กติกบางลง ส่งผลกระทบต่อวิถีการล่าสัตว์ เช่นหมีขั้วโลกแมวน้ำ และกวางคาริบู เพื่อการดำรงชีพของ พรานชาวอินูอิตหรือชาวเอสกิโมเนื่องจากแผ่นน้ำแข็งที่บางลงเกิดการแตกหักได้ง่ายทำให้เป็นอุปสรรคต่อการล่าสัตว์นอกจากนี้สัตว์ดังกล่าวก็เริ่มมีจำนวนลดลงตามธรรมชาติเพราะไม่สามารถปรับตัวเข้ากับอุณหภูมิที่สูงขึ้น
     ภาวะโลกร้อน ส่งผลให้หิมะที่ปกคลุมภูเขาหลายแห่งในทวีปยุโรปลดน้อยลงจนไม่สามารถเล่นสกีได้ ซึ่งทำให้รูปแบบวัฒนธรรมการพักผ่อนของคนในทวีปยุโรปเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงภาวะโลกร้อน ทำให้อุณหภูมิในฤดูหนาว ของหลายประเทศในทวีปยุโรปสูงกว่าปกติ เช่น ในปี 2007 ประเทศเนเธอร์แลนด์ประสบกับอากาศร้อนที่สุดในรอบ 300 ปี ส่วนประเทศรัสเซียและอังกฤษเผชิญกับฤดูหนาวที่มีอุณหภูมิสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศ
    ภาวะโลกร้อน ส่งผลให้ในระยะเวลา 2-3 ปีที่ผ่านมาผู้สูงอายุในหลายประเทศของทวีปยุโรปเสียชีวิตไปจำนวนมากในช่วงที่เกิดคลื่นความร้อน เนื่องจากไม่สามารถปรับตัวได้กับอุณหภูมิที่สูงขึ้น
อันตรายที่มันกำลังจะคืบคลานเข้ามาหาเราทุกทุกวินาที
มาช่วยกันดูแลรักษาโลกของเราให้คงอยู่กันเถอะ...ก่อนที่พวกเราจะไม่มีโลกที่จะอยู่
 จาก นายศิริเทพ  เชื้อดวงแก้ว  นักศึกษาราชภัฏเพชรบุรี
         
 
      สถานการณ์การเมืองในเวลานี้ดูเหมือนว่าสังคมถูกครอบงำไปด้วยแรงโน้มน้าวจากฝ่ายการเมืองสองข้างให้ต้องเลือกอยู่ข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง โดยไม่มีการลดราวาศอกให้แก่กันและกันเลย  อย่างไรก็ตามการแสดงบทบาทของผบ.ทบ.ล่าสุดในฐานะของผู้รักษาการตามกฎหมายพรก.รักษาความสงบในสถานการณ์ฉุกเฉิน ที่ประกาศชัดเจนว่าอยู่ตรงกลางและให้ฝ่ายการเมืองแก้ไขปัญหากันเองให้ได้นั้นดูเหมือนจะเป็นการเสนอทางออกที่ดีที่สุดในห้วงระยะเวลานี้ อย่างน้อยก็คงช่วยประคับประคองสถานการณ์ไม่ให้บานปลายไปมากกว่านี้ได้  สิ่งที่น่าเป็นกังวลอย่างมากในขณะนี้ก็คือว่าแต่ละฝ่ายต่างพยายามชี้ให้สังคมเห็นว่าอีกฝ่ายทำผิด ต่างก็ปลุกเร้าให้เกิดความเกลียดชังในอีกฝ่าย ซึ่งในความเห็นผมก็ถูกทั้งคู่คือผิดด้วยกันทั้งสองฝ่ายนั่นแหละ (หากมีการลงประชามติกันได้จริงๆ ผมก็ขีดถูกให้ทั้งสอง หรือไม่ก็ของดออกเสียงครับ) แนวทางเป็นกลางนี้น่าจะเป็นแนวทางที่ดีที่สุดในขณะนี้เพราะเหตุว่าคู่กรณีทั้งสองฝ่ายต่างยพายามสร้างแรงกดดันให้สังคมต้องเลือกข้าง

 

       ในการแก้ไขปัญหาในระยะยาวผมเห็นว่าการแก้ไขปัญหาการเมืองในขณะนี้นั้นสิ่งที่ดีที่สุดก็คือการที่เราจำเป็นต้องถอยออกมาจากแรงดึงดูดทางความคิดที่ต้องถูกบังคับให้เลือกเข้าฝ่ายใดฝายหนึ่ง  เมื่อทำได้ดังนี้แล้วเราก็จะสามารถละวางความที่เป็นอคติทั้งปวงเพื่อใช้เวลาให้สติสัมปชัญญะของเราทำงานใคร่ครวญดูปัญหาที่เกิดขึ้นให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ เพื่อค้นหาแนวทางแก้ไขระยะยาวกันต่อไป

           เมื่อมีการวิพากษ์วิจารณ์ปัญหาของบ้านเมือง ท่านจะนำหลักธรรมของพุทธศาสนามาใช้ในการแสดงความคิดเห็น   ท่านเชื่อมั่นในเรื่องกรรม  และการเดินทางสายกลาง    เช่น
           *    คนบางคนมีกรรมเลี้ยงไว้
           *    รัฐบาลใดขาดวุฒิทางศีลธรรมเสียแล้ว  รัฐบาลนั้นก็ไม่สามารถจะเป็นรัฐบาลต่อไปได้
           *    กรรมทั้งหลายทั้งปวงก็ได้ทำกันไปแล้ว  ผลดีผลชั่วก็เห็นกันอยู่
           *    คือความไม่มากไม่น้อยเกินไป  ซึ่งต้องใช้ความสำรวมไม่ปล่อยให้อารมณ์
                 เข้ามากำหนดกรรมหรือการกระทำ

edit @ 17 Sep 2008 14:57:35 by otto

edit @ 17 Sep 2008 14:58:37 by otto

edit @ 17 Sep 2008 14:59:17 by otto

edit @ 18 Sep 2008 14:26:20 by otto