....อาหารบำรุงสมอง...

       เด็กจะเรียนดีได้ควรมีสมาธิดี มีปัญญาเฉียบคม แม่นยำ ความจำลึกซึ้ง คือจำได้แบบเข้าใจ ไม่ใช่ท่องจำตะพึดตะพือว่ากันว่าอาหารบำรุงสมองนี้จะมีประสิทธิภาพต่อเด็กที่อยู่ในช่วงพัฒนาเสริมสร้างอย่างน้องเหนือเป็นที่สุด จริงๆ แล้วถ้าสมาชิกวัยอื่นจะบริโภคก็บำรุงสมองได้เหมือนกัน แต่คงไม่ได้ประโยชน์เท่าวัยนี้อาหารที่ว่านั่นได้แก่กรดไขมันไม่อิ่มตัว เช่น กรดไขมันตระกูล Omega-3 ซึ่งได้แก่ DHA ที่พบในปลาทะเล เช่น ปลาทู ปลาสำลี น้ำมันข้าวโพด น้ำมันถั่วเหลือง จะช่วยพัฒนาสมองและการมองเห็น เพราะเป็นส่วนประกอบของผนังเซลล์และเนื้อเยื่อประสาทต่างๆ

ธาตุเหล็ก ซึ่งพบมากในตับหมู ไข่แดง รำ งา ตำลึง ฟองเต้าหู้ อันมีผลต่อระบบความจำและระดับสติปัญญา

วิตามิน บี 1 และบี 6
จากข้าวซ้อมมือ ถั่ว รำ งา กะหล่ำปลี ข้าวโพด ซึ่งช่วยบำรุงประสาทเกี่ยวกับระบบความจำ การหมุนเวียนโลหิต และสร้างเม็ดเลือด

และวิตามิน บี 12 ในเนื้อสัตว์ ไข่ นม ปลา ช่วยในการทำงานของระบบประสาทโดยการสร้างฉนวนหุ้มใยประสาท ทำให้เซลล์ประสาททำงานอย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยสร้างเม็ดเลือด

ไอโอดีน มีมากในอาหารทะเล ปลาปู หอย กุ้ง เขาว่าตัวนี้ล่ะที่จะช่วยสร้างเสริมระดับไอคิว ด้วยเป็นส่วนประกอบของไทรอยด์ฮอร์โมน ซึ่งป้องกันการเสื่อมสลายของเซลล์ประสาทของสมอง

              แต่มานึกดูดีๆ ในหมวดหลังนี้คงต้องเลือกให้พิถีพิถันสักหน่อย ต้องเลือกที่สดหรือคุณภาพไว้ใจได้จริงๆ เพราะหากว่าเจ้าตัวน้อยเกิดท้องร่วงเพราะแพ้อาหารทะเลที่เสี่ยงๆเช่นพวกหอยชนิดต่างๆ ในวันสอบนี่ก็คงแย่เหมือนกันจะว่าไปแล้วการรับประทานอาหารบำรุงสมองนี้ คงไม่ต่างไปจากการอ่านหนังสือหรือทำการบ้านนี่ล่ะ ...แม่ติ๋มคิดขึ้นมาได้ ...ถ้าเราปรุงให้เขารับประทานสม่ำเสมอไปตลอดน่าจะช่วยให้เขาเรียนรู้ได้เป็นอย่างดีไปตลอดวัยแห่งการศึกษาเรียนรู้ เพราะถ้ารอให้พอจะสอบแล้วจึงค่อยมามุบำรุงกันสักที อย่างนี้เห็นจะช้าเกินการณ์ เหมือนคนที่กองตำราในช่วงเรียนเอาไว้แล้วอ่านไม่ทันในช่วงสอบละกระมังว่าแล้วแม่ติ๋มก็เดินยิ้มเข้าครัวไปพลิกตำรา ว่าจะหาทางพลิกแพลงสูตรอาหารวิเศษไว้หลายๆ สูตรสักหน่อย

Comment

Comment:

Tweet