ระยะห่าง....ทางความรู้สึก ?

posted on 25 Jan 2011 11:50 by sirithepotto




          วันเวลาที่ผ่านมา ชั่วระยะเวลาหนึ่งของชีวิต ผู้คนมากมายผ่านเข้ามา บางคน


ผ่านมาเพียงเพื่อจะผ่านไปแต่กลับบางคนกลับไม่เป็นเช่นนั้น จากคนแปลกหน้า


กลายเป็นคนรู้จัก คนคุ้นเคย ล่วงเลย ไปถึงกลายเป็นคนรักกัน เวลาเปลี่ยน


สถานการณ์เปลี่ยน สถานภาพทางความรู้สึกของเราก็อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามไป


ด้วย บางคนยังคงความเป็นคนแปลกหน้ายังรักษาระยะห่างของการเป็นคนรู้จักคน



คุ้นเคย หรือ คนรักกันไว้ได้อย่างคงที่ บางคนเปลี่ยนแปลงจากคนแปลกหน้า กลาย


เป็นคนคุ้นเคย จากคนคุ้นเคย กลายมาเป็นคนรักกัน ทำลายระยะห่างของความรู้สึก


ให้สั้นลงอย่างรู้สึกได้ และเมื่อนั้น เรื่องราวดี ๆ สวยงามทางความรู้สึกจึงเกิดขึ้น แต่


ในทางกลับกัน ระยะห่างของคนบางคนอาจห่างไกลออกไปจนสุดลูกหูลูกตา จาก


คนเคยรัก คนคุ้นเคย กลายเป็นแค่คนเคยรู้จัก กลายเป็นคนแปลกหน้าทางความรู้สึก



ไป แน่นอนว่า ระยะห่างของคนรู้จัก กับ คนรัก ย่อมไม่เท่ากันเป็นแน่แต่นั่นแหละ


ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงได้เสมอ ฉันเชื่อในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงของเวลา พอ ๆ


กับเชื่อในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงทางความรู้สึก ไม่มีมาตราวัดใด ๆ ที่จะใช้วัด


ระยะห่างของความรู้สึกได้ และระยะห่างในแต่ละสถานภาพทางความรู้สึกในแต่ละ


คนก็คงจะไม่เท่ากัน เราระบุชัดไม่ได้ว่า 1 เท่ากับ 1 ในความรู้สึกของอีกคน 1 ใน



ความรู้สึกของคนหนึ่ง อาจจะเป็น 100 ในความรู้สึกของอีกคนก็เป็นได้ และในเมื่อ


การคบหากันเป็นปฎิสัมพันธ์ของคนสองคน เราจึงมองเห็นความไม่ลงตัว เห็นระยะ


ห่างของเรายาวไกลออกไป แต่กลับบางคนเรากลับอยากรักษา ระยะห่าง ตรงกลาง


ไว้ให้คงที่ ไม่ให้ห่างหาย จางหนี หรือ เข้ามาใกล้จนเรารู้สึกอึดอัด เคนรู้สึกใช่ไหม


ว่า ขณะที่เราเดินเข้าหา บางคนกลับกำลังเดินหนี กับบางคนเรากำลังเดินหนี บาง



คนกลับเดินตาม กับบางคนเราก็ต้องการระยะห่างประมาณหนึ่ง ไม่ต้องใกล้มาก แต่


ไม่ต้องการห่างหายไป ขณะที่บางคนวิ่งตาม ล้มลุกคลุกคลาน เจ็บปวดกับระยะห่าง


ของอีกคนที่ทิ้งไว้ตรงหน้า ขณะเดียวกันกับที่อีกคนก็วิ่งหนี โดยไม่คิดจะหันกลับมา


มองความเจ็บปวดของอีกคน อะไรก็เกิดขึ้นได้ กับความรู้สึกของคน เหนื่อยแสน


เหนื่อย ล้าแสนล้า แต่สุดท้ายก็ยังพยายาม พยายามที่จะยื้อยุดฉุดดึงอยู่เช่นนั้น บาง



คนปล่อยความรู้สึกของอีกคนไว้ บนความห่าง ห่างจนลับตา ไม่เคยหันกลับมามอง


หรือรับรู้ความเป็นไปของอีกคน ไม่เคยรับรู้ว่า ระยะห่างที่เขาทิ้งไว้อีกคนมันสร้าง


ตวามเจ็บปวดได้ประมาณไหน แต่ก็มีบางคนที่เหนื่อยล้ากับระยะห่างที่พยายาม


รักษาไว้เพียงแค่นั้น ไม่ต้องห่างไป แต่เข้าใกล้กว่านี้ไม่ได้ ต้องการเพียงเส้นขนานที่


ไม่มีทางมาบรรจบ การทำลายระยะห่างของคนสองคนอาจไม่ใช่เรื่องยาก แต่ก็คง



ไม่ได้ง่ายดายนักสำหรับอีกหลาย ๆ คน บางคนพยายามมาเกือบทั้งชีวิต ระยะห่างที่


ว่าก็ยังคงห่างอยู่เช่นเดิม ขณะที่บางคนอยู่นิ่ง ๆ ไม่วิ่งหนี ไม่วิ่งตาม ปล่อยทุกอย่าง


เป็นหน้าที่ของเวลาไม่เรียกร้องให้เกิดความคาดหวัง ไม่ปล่อยละเลยจนเหมือนเฉย


ชา ระยะห่างนั้นกลับขยับเข้ามาใกล้ราวปฎิหาริย์ เอาใจช่วยสำหรับคนที่กำลัง


พยายามเดินเข้าหา ให้อีกคนหันกลับมามองบ้างระยะห่างจะได้สั้นลง พยายามต่อ



ไป เพราะวันหนึ่งคุณอาจรู้สึกว่าความพยายามของคุณมิได้ไร้ค่า ร้องขอสำหรับคน


ที่กำลังเดินหนี ให้หันกลับมามองความรู้สึกของอีกคนบ้างเพราะบางทีคุณอาจจะสูญ


เสียอะไรดี ๆ ไปเพราะระยะห่างที่คุณทิ้งไว้ให้อีกคน เห็นใจกับการรักษาระยะห่างให้


คงที่สำหรับบางคน เพราะบางทีมันก็ทรมานมากกว่า การพยายามเดินเข้าใกล้หรือ


ห่างหนี เสียอีก แล้วคุณ ๆ เล่าเคยนึกย้อนกลับมามอง ระยะห่าง ของคุณกับผู้คน



รอบข้างตัวกันบ้างไหม เคยรู้สึกไหมว่า บางที ความห่างไกล กับ ระยะห่างของความ


รู้สึกกลับเป็นตัวแปรผกผันกันเคยรู้สึกได้ถึงระยะห่างทั้งที่อยู่ใกล้ ๆ หรืแร้สึกใกล้กัน


แล้วทางความรู้สึกทั้งที่ตัวอยู่แสนไกล กันบางไหม เคยคิดกันบ้างไหมว่า ระหว่างคน


พยายามเดินหนี คนที่พยายามเดินตาม และคนที่พยายามยังไงระยะห่างกลับเท่าเดิม

คนไหนเจ็บปวดไปกว่ากัน.............

Comment

Comment:

Tweet